Discover & Inspire

เป้าหมายของเราไม่ได้ขายของให้มากที่สุด แต่ให้ซื้อไปแล้วใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด

5 เคล็ดลับการชั่งน้ำหนัก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


“การชั่งน้ำหนัก” เรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนก็ทำกันได้ แต่เราเชื่อว่ายังมีหลายคนที่ยังเข้าใจในเรื่องการชั่งน้ำหนักที่ผิดอยู่ เพราะการชั่งน้ำหนักให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีสุดต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ มาช่วยด้วย ครั้งนี้วีรสุจึงได้รวบรวม 5 เคล็ดลับดีๆ ในการชั่งน้ำหนักที่หลายคนมักมองข้ามมาให้ได้ไปลองทำตามกัน
 

ทั้งนี้ทั้งนั้นตัวเลขที่แสดงบนหน้าจอแสดงผลอาจจะสามารถบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้จริง แต่ไม่ได้แสดงถึงสุขภาพร่างกายที่ดีเสมอไป จำเป็นต้องทำควบคู่กับการออกกำลังกาย ทานอาหารให้ครบถ้วนถูกหลักอนามัย และอย่าลืมวัดค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เป็นระยะๆ เพื่อสุขภาพที่ดีกันด้วยนะคะ
  1. เครื่องชั่งน้ำหนักต้องดีมีมาตรฐาน



 
เครื่องชั่งน้ำหนัก ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการชั่งน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องชั่งน้ำหนักแบบสปริงหรือดิจิตอลเพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้องที่สุด เราควรเลือกเครื่องชั่งน้ำหนักที่ดีมีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน สามารถวัดได้อย่างแม่นยำทั้งค่าน้ำหนักและค่าดัชนีมวลกาย
  1. เวลาเดิมอย่างสม่ำเสมอ



จากผลการวิจัยพบว่าการชั่งน้ำหนักในช่วงเวลาเดียวกันอย่างสม่ำเสมอในทุกๆ วันจะได้ผลลัพธ์ที่ตรงและแม่นยำ ซึ่งเวลาที่ดีที่สุดในการชั่งน้ำหนักก็คือ “ตอนตื่นนอนในช่วงเช้า แต่ต้องชั่งหลังจากที่ทำธุระในห้องน้ำให้เสร็จเรียบร้อยซะก่อนนะ เพราะไม่งั้นน้ำหนักอาจจะคลาดเคลื่อนได้
 
  1. เสื้อผ้าและเครื่องประดับ ยิ่งน้อยชิ้นยิ่งดี!



ก่อนก้าวขาขึ้นเหยียบบนเครื่องชั่งเราควรถอดเสื้อผ้าและเครื่องประดับต่างๆ ที่มีน้ำหนักเยอะออกให้เรียบร้อยเสียก่อน ยิ่งมีสิ่งของต่างๆ อยู่บนร่างกายเราน้อยเท่าไร ก็จะทำให้ได้ค่าน้ำหนักที่ตรงและแม่นยำมากยิ่งขึ้น
  1. ตำแหน่งเดิม ยืนให้ตรงและนิ่งที่สุด



การชั่งน้ำหนักในแต่ละครั้ง เครื่องชั่งควรวางอยู่ในตำแหน่งเดิมเสมอ และควรอยู่บนพื้นผิวที่เรียบ ไม่ขรุขระ มิเช่นนั้นอาจส่งผลทำให้การวัดหรือการแสดงผลบนหน้าจอคลาดเคลื่อนได้ และตอนชั่งควรยืนตัวตรง ไม่โยกตัวไปมาเพื่อให้การวัดน้ำหนักได้ค่าที่ถูกต้องแม่นยำที่สุด
 
  1. อย่าลืม! เช็คค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เพื่อสุขภาพที่ดี


    วิธีเช็คค่าดัชนีมวลกาย (BMI)
เพราะค่าที่วัดได้ไม่ได้แสดงถึงสุขภาพร่างกายที่ดีด้วยเสมอไป ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องวัดค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) หรือการประเมินปริมาณไขมันในร่างกายควบคู่ไปด้วย เพื่อเป็นการเช็คว่าร่างกายเรานั้นอยู่ในเกณฑ์การประเมิณระดับเท่าไร ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไปใช่หรือไม่

ซึ่งวิธีในการคำนวณคือ
 

 น้ำหนัก / (ความสูง ยกกำลังสอง)

 

เกณฑ์การประเมิณ ได้แก่

น้อยกว่า 18.5 = ผอม

ระหว่าง 18.5 -24.9 = สมส่วน

ระหว่าง 25-29.9 = น้ำหนักเกิน

มากกว่า 30 = อ้วน

มากกว่า 40 = อ้วนอันตราย